หน่วยที่ 1
- หน้าแรก
- หน่วยที่ 1 ศัพท์ควรรู้
- หน่วยที่ 2 ประวัติการปกครองของไทย
- หน่วยที่ 3 รัฐสภาไทย
- หน่วยที่ 4 รัฐบาลไทย
- หน่วยที่ 5 ตุลาการ
- หน่วยที่ 6 การบริหารราชการแผ่นดิน
- หน่วยที่ 7
- กบฎ ปฏิวัติ รัฐประหาร
- คลิปเหตุการณ์สำคัญ
- ภัยของ social network
- นักเรียนส่งงาน
- แวดวงการศึกษา
- บริการ
- เว็บบอร์ด
- แนะนำการสร้าง บล็อค
- คลิปเกี่ยวกับรัฐสภาไทย
- krutube
- krukaroontube
- คลิปเข้าทำแบบทดสอบ
- ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียน
- คู่มือในการสร้าง Site หรือสร้าง Blog
- ความรู้เรื่องเขาพระวิหาร
- สมุดเยี่ยม
- ชุมนุม Social Media
- ประวัติรัฐธรรมนูญไทย
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557
รัฐประหาร 2557 ตามติดสถานการณ์ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 บุคคลสำคัญเข้ารายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบก ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมชี้แจงทูต
เกาะติดสถานการณ์รัฐประหารในวันนี้ (23 พฤษภาคม 2557) ต้องจับตาดูบุคคลสำคัญที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกให้มารายงานตัว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 2/2557 เรียกบุคคลสำคัญจำนวน 23 คน ให้มารายงานตัว อาทิ นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายนพดล ปัทมะ
ส่วนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คสช. ได้ออกประกาศฉบับที่ 3/2557 เรียกบุคคลสำคัญทางการเมืองอีก 114 คน ให้มารายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ โดยมีทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช., แกนนำ กปปส. และอดีตนายทหาร ตำรวจ
วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556
วิธีสอบแก้ตัววิชาวิถีไทยศึกษา
ให้นักเรียนที่ติด 0 วิชาวิถีไทยศึกษาเข้าทำแบบทดสอบ exam ใหม่ทั้ง 13 ชุด ให้ได้คะแนนแต่ละชุดไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วส่งผลการสอบทาง https://www.facebook.com/sitkrukaroon.suwanraksa ชุดการสอบที่ต้องทำได้แก่ชุด 101/1,101/2,101/3,101/4,101/5,101/6,101/7,101/8,101/9,พิเศษชุดที่ 1,พิเศษชุดที่ 2,พิเศษชุดที่ 3และ ASEAN
ส่งตามกำหนดเวลาที่ฝ่ายทะเบียนวัดผลกำหนด สงสัยติดต่อ 081-9690238
อ่านให้ได้สติ
สอบปลายภาค
ส่งตามกำหนดเวลาที่ฝ่ายทะเบียนวัดผลกำหนด สงสัยติดต่อ 081-9690238
อ่านให้ได้สติ
สอบปลายภาค
สอบคือ สุดท้าย ปลายภาค ง่ายยาก ไม่เท่า กันหนา
ง่ายดี คนมี ปัญญา ยากบ้า คนคร้าน มันครวญ
เกรด
เกรดคือ ปรอท วัดค่า ศึกษา มีผล แค่ไหน
เกรดคือ ปรอท วัดค่า ศึกษา มีผล แค่ไหน
สามสี่ เรียนดี ดีใจ ศูนย์รอ เตือนให้ ปรับตน
ผ-มผ
ได้ผ คือผ่าน ศึกษา ชุมนุม ตราเป็น หลักฐาน
มผ. ก็คล้าย ประจาน ไม่ผ่าน ยอมรับ ปรับปรุง
มส.
มส. ไม่สน สิ่งใด ให้ไว้ ตอกย้ำ คำเฉลย
เป็นคน ยอดแย่ จริงเอย รีบเลย กลับตัว กลับใจ
วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ห้ามสถานศึกษาไล่ลูกศิษย์ติดยาออกจากสถาบัน
รม
ช.ศธ.สั่งห้ามสถานศึกษาไล่นักเรียน-นักศึกษาติดยาออกจากสถาบัน
ชี้ต้องคอยตรวจสอบและส่งบำบัด
พร้อมวางนโยบายให้ความดีความชอบแก่สถาบันที่จัดการปัญหายาเสพติดได้ดี
วันนี้(15ส.ค.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ. ได้มีนโยบายหลักในการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษานั้น ขณะนี้ตนได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันเด็กนักเรียน นักศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งเอ็กซเรย์นักเรียนทั่วประเทศว่ามีผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวนมากน้อยแค่ไหน หากได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วก็จะนำผู้ติดยาเสพติดไปบำบัดรักษา ขณะเดียวกันจะมีการขยายผลไปหาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้เสพรายอื่นและผู้ค้า ซึ่งจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินการต่อไป โดยข้อมูลเบื้องต้น ศธ.ได้สำรวจพบว่า มีนักเรียนนักศึกษาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณร้อยละ 2-3 ซึ่งในจำนวนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเด็กกลุ่มมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา รวมอาชีวศึกษาด้วย ดังนั้นสถานศึกษาที่ตรวจพบว่ามีนักเรียนนักศึกษาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพ ติดจะต้องเร่งหากลยุทธ์ในการคลี่คลายและป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้นักเรียนนัก ศึกษาคนอื่นเข้าไปสู่วงจรของยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม
"สำหรับสถานศึกษาที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ผมมีแนวคิดที่จะให้ใช้กิจกรรมที่ทำในสถาบันมาใช้ประกอบการพิจารณาความดีความ ชอบของผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ใครทำดีก็ต้องได้รับการดูแล ส่วนสถานศึกษาใดที่ปล่อยปละละเลย ซุกปัญหาไว้ใต้พรม ไม่แจ้งข้อมูลข้อเท็จจริง หากทราบก็จะถือว่าเป็นสถาบันยอดแย่ ซึ่งผู้บริหารและคณาจารย์จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ผมอยากให้ทุกสถานศึกษาดูแลเด็กเหมือนดูแลลูกของตัวเอง เพราะถ้าหากอนาคตของชาติเข้าไปสู่วังวนของยาเสพติด อนาคตของประเทศชาติก็คงฝากความหวังไว้ที่ใครไม่ได้" รมช.ศธ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนยังได้เน้นย้ำกับสถานศึกษาทุกแห่ง ในกรณีตรวจสอบพบว่ามีนักเรียนนักศึกษาคนใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจะ ต้องไม่ให้มีการไล่ออกอย่างเด็ดขาด โดยต้องถือว่าเด็กกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้เสพที่จะต้องได้รับการบำบัด เพราะหากเราผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากสถานศึกษาไป ย่อมเหมือนเป็นการผลักภาระหรือผลักปัญหาไปให้สังคมโดยที่ยังไม่ได้รับการ แก้ไข.
วันนี้(15ส.ค.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ. ได้มีนโยบายหลักในการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษานั้น ขณะนี้ตนได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันเด็กนักเรียน นักศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งเอ็กซเรย์นักเรียนทั่วประเทศว่ามีผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวนมากน้อยแค่ไหน หากได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วก็จะนำผู้ติดยาเสพติดไปบำบัดรักษา ขณะเดียวกันจะมีการขยายผลไปหาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้เสพรายอื่นและผู้ค้า ซึ่งจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินการต่อไป โดยข้อมูลเบื้องต้น ศธ.ได้สำรวจพบว่า มีนักเรียนนักศึกษาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณร้อยละ 2-3 ซึ่งในจำนวนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเด็กกลุ่มมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา รวมอาชีวศึกษาด้วย ดังนั้นสถานศึกษาที่ตรวจพบว่ามีนักเรียนนักศึกษาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพ ติดจะต้องเร่งหากลยุทธ์ในการคลี่คลายและป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้นักเรียนนัก ศึกษาคนอื่นเข้าไปสู่วงจรของยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม
"สำหรับสถานศึกษาที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ผมมีแนวคิดที่จะให้ใช้กิจกรรมที่ทำในสถาบันมาใช้ประกอบการพิจารณาความดีความ ชอบของผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ใครทำดีก็ต้องได้รับการดูแล ส่วนสถานศึกษาใดที่ปล่อยปละละเลย ซุกปัญหาไว้ใต้พรม ไม่แจ้งข้อมูลข้อเท็จจริง หากทราบก็จะถือว่าเป็นสถาบันยอดแย่ ซึ่งผู้บริหารและคณาจารย์จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ผมอยากให้ทุกสถานศึกษาดูแลเด็กเหมือนดูแลลูกของตัวเอง เพราะถ้าหากอนาคตของชาติเข้าไปสู่วังวนของยาเสพติด อนาคตของประเทศชาติก็คงฝากความหวังไว้ที่ใครไม่ได้" รมช.ศธ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนยังได้เน้นย้ำกับสถานศึกษาทุกแห่ง ในกรณีตรวจสอบพบว่ามีนักเรียนนักศึกษาคนใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจะ ต้องไม่ให้มีการไล่ออกอย่างเด็ดขาด โดยต้องถือว่าเด็กกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้เสพที่จะต้องได้รับการบำบัด เพราะหากเราผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากสถานศึกษาไป ย่อมเหมือนเป็นการผลักภาระหรือผลักปัญหาไปให้สังคมโดยที่ยังไม่ได้รับการ แก้ไข.
วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
กิจกรรม "คนละคำ จำคุณแม่"
นักเรียน ม.4/6-4/14 เข้าร่วมกิจกรรม โดยคลิกเข้าไปเลือกห้องก่อนแล้วพิมพ์ข้อความวันแม่
ลงในช่องแสดงความคิดเห็นให้ตรงกับห้องเรียนของตนเอง เพื่อความสะดวก
ในการตรวจของครูผู้สอนค่ะ สำหรับบุคคลทั่วไปให้คลิกแสดงบทความตรงช่อง
แสดงความคิดเห็นใต้ภาพค่ะ
แสดงความคิดเห็นใต้ภาพค่ะ


ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ คลิกที่นี่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

