ให้นักเรียนทำรายงานเรื่อง "การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557" ทำลงในบล็อกของนักเรียนเอง และให้นักเรียนส่งรายงาน ให้ตรงห้องเรียนของนักเรียนด้วยภายใน 30 มิถุนายน 2557 วิชาการปกครองของไทย ระดับชั้น ม.4

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คุณภาพเด็ก...ขวัญกำลังใจครู...เป็นของคู่กัน


        จากนโยบายลดกำลังบุคลากรภาครัฐ ด้วยการให้ข้าราชการที่มีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์กำหนด สามารถขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดที่จะมีอายุครบ 60 ปีได้นั้น เหมือนจะได้ผลเอามาก ๆ เพราะนับตั้งแต่โครงการนี้ถูกจัดขึ้นมามีข้าราชการใช้สิทธิกันเต็มโควตา โดยเฉพาะวงการครูได้ขอเออร์ลี่รีไทร์กันเกินจำนวนทุกครั้งจนถึงขั้นต้องมี การจัดอันดับกันใหม่ ส่วนนี้หากมองถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็น่าจะมีมากหากเป็นหน่วยงานราชการที่ มีคนล้นงาน เพราะจะทำให้เหลืองบประมาณไปพัฒนาด้านอื่นเพิ่มขึ้น  แต่หากเป็นหน่วยงานที่มีปริมาณงานมากจำนวนบุคลากรยังขาดแคลนอยู่อย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการแล้ว ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคุณภาพการศึกษาของเด็กก็คงหนีไม่พ้น ด้วยการศึกษาต้องจัดให้กับเด็กทุกคนในทุกพื้นที่ เมื่อต้องมาเจอโครงการนี้เข้าไปหลายรอบทำให้ครูขอออกจากระบบไปแล้วเป็นแสน ราย ครูขาดแคลนจึงเกิดขึ้นตามมาโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากจะเกิดปัญหาครู ไม่พอสอนครบทุกชั้นส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ครูจะไม่พอสอนครบทุกสาระวิชา แม้ว่าปัญหานี้ในช่วงหลัง ๆ ทาง กพร.จะคืนอัตราเกษียณของครูมาให้ครบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม แต่ด้วยปัญหานี้ถูกสะสมมานานทำให้จำนวนครูขาดแคลนจึงยังมีอยู่อีกมากเช่น เดิม
หากถามว่า ทำไม? ครูไทยถึงอยากเออร์ลี่รีไทร์กันมากนัก ทั้งที่เงินเดือนในปัจจุบันก็ได้รับในอัตราสูงพอสมควร คำตอบส่วนใหญ่ที่ได้รับก็คงจะตอบว่า “อยากออกเพราะเหนื่อย” ซึ่งความเหนื่อยที่ว่านี้น่าจะมีสาเหตุมาจากหลายประการ คงนำมาแจกแจงในที่นี้ไม่หมดแน่จึงขอนำเสนอเฉพาะประเด็นสำคัญบางส่วน ดังนี้
เหนื่อยแรก คงหนีไม่พ้นภาระงานที่มีมากจนเกินกำลัง ทั้งงานจากต้นสังกัดต่างสังกัดที่ถูกส่งไปให้ครูทำโดยไม่คำนึงว่ากิจกรรม โครงการหรืองานที่หน่วยเหนือคิดให้นั้นจะสามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาถึงความต้อง การของแต่ละพื้นที่ได้แท้จริงหรือไม่ เพราะด้วยความเป็นจริงแล้วเด็กในแต่ละพื้นที่จะมีความต้องการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตแตกต่างกันไปการกำหนดให้ทำในแนวทางเดียวกันทุกพื้นที่นั้นคงไม่ได้ผล ทุกพื้นที่ แต่เมื่อถูกสั่งมาแล้วก็จำเป็นต้องทำ แม้รู้ว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะคุ้มค่ากับการลงทุน ลงแรง และเวลาที่ใช้ไปหรือไม่ ผลสุดท้าย การปรุงแต่งตัวเลขสวยหรูกับการรายงานผลเพื่อมิให้ถูกตำหนิจึงเกิดขึ้น ภาระงานที่ว่านี้ยิ่งไปรวมกับงานตรวจสอบ การประเมินผลคุณภาพการศึกษาทั้งภายในและภายนอกด้วยแล้ว ยิ่งหนักไปกันใหญ่ เพราะการประเมินที่ว่านี้ แม้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบจะบอกว่าประเมินที่คุณภาพเด็กแต่ด้วยมีการสร้าง มาตรฐานการประเมินเกี่ยวข้องกับหลายส่วนในหลายมาตรฐานการขอดูร่องรอยหลักฐาน จึงยังคงมีอยู่ท้ายสุดก็ลงที่งานเอกสารอยู่ดี จึงกลายเป็นภาระหนักของครูอย่างยิ่งที่ต้องมาจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานจำนวนมาก ปัญหาที่ว่านี้หากเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีบุคลากรและงบประมาณมาก ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ แต่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูและงบประมาณน้อยแล้ว ความสาหัสที่เกิดขึ้นกับครูคงไม่ต้องพูดถึง เมื่องานอื่น ๆ มีมาให้ทำแทบจะกลายเป็นงานหลัก เลยทำให้งานสอนกลายเป็นงานรองไปในที่สุด เมื่อครูเสียเวลาไปกับงานอื่นมากมายเช่นนี้เวลาที่จะเหลือไปคิดเตรียมการ พัฒนาสื่อหรือวิธีการสอนเด็กให้เกิดคุณภาพก็หมดไป
เหนื่อยต่อมาก็น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวครูเองที่ต้องโดนถูกตรวจสอบอย่างต่อ เนื่องว่าเป็นครูมีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งคุณภาพที่ว่านี้หากดูกันที่ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนก็ถือว่าถูก ต้องแต่นี่กลับไปคิดว่าครูขาดคุณภาพเพราะขาดความรู้ เมื่อโจทย์ผิดวิธีคิดแก้ปัญหาจึงผิดไปด้วย การนำครูไปอบรม สัมมนาจนแทบไม่มีเวลาอยู่โรงเรียน หรือบังคับให้ครูเรียนรู้ตามหลักสูตรกำหนดผ่านสื่อเทคโนโลยีโดยที่ผู้ดำเนิน การเองก็มิเคยรับรู้ว่าระบบที่ใช้มีปัญหามากน้อยเพียงใด ผลที่เกิดขึ้นนอกจากจะไม่ได้ทำให้ครูเกิดคุณภาพเป็นครูมืออาชีพอย่างแท้จริง แล้วยังพลอยเกิดความเครียดเพราะเกรงว่าจะไม่ผ่านหลักสูตรอีกด้วย
อีกความเหนื่อยหนึ่งของครูซึ่งน่าจะถือเป็นประเด็นหลักเลยก็ว่าได้นั่นก็ คือ ความเหลื่อมล้ำในความก้าวหน้าทั้งด้านเงินเดือนและวิทยฐานะ ที่ยังไม่ได้วัดกันที่ศักยภาพความสามารถ จากการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง แต่ส่วนใหญ่ยังเน้นอยู่ที่ผลงานวิชาการเป็นหลัก ยิ่งไปเจอกับมาตรฐานการประเมินของคณะกรรมการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของ แต่ละสำนักงานเขต แต่ละกลุ่มวิชาที่บางคณะก็รู้จักผ่อนคลายเข้าใจงานของครูแต่บางคณะก็สุด เขี้ยวยึดแต่หลักการหรืออัตตาของตนเองหรือคำนึงอยู่แค่ว่าต้องมีผลงาน วิชาการเป็นเลิศเป็นหลัก ทั้งที่งานวิชาการที่ว่านี้ครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ไม่ถนัดและไม่สอด คล้องกับงานที่ปฏิบัติจริง ด้วยครูที่ส่งผลงานก็เพื่อขอวิทยฐานะไม่ใช่ขอตำแหน่ง ผศ. รศ. หรือ ศ. แต่อย่างใดจึงไม่น่าจะเน้นงานวิชาการมากขนาดนั้น  ทำให้การได้มาซึ่งวิทยฐานะของครูจึงยากมากหรือมีบางส่วนได้มาก็เกิดการ เปรียบเทียบของครูด้วยกันเองทั้งในและต่างโรงเรียนจนถึงระหว่างเขตพื้นที่ การศึกษา ทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำในมาตรฐานการประเมิน ยิ่งมีการนำแท่งเงินเดือนไปยึดติดอยู่กับวิทยฐานะด้วยแล้ว ทำให้ครูที่ไม่ได้รับวิทยฐานะเพิ่มขึ้นเงินเดือนต้องตันอยู่กับแท่งเดิม เรียกว่าเงินเดือนก็ชนเพดานวิทยฐานะก็ต่ำ ความน้อยเนื้อต่ำใจจึงเกิดขึ้น
สาเหตุความเหนื่อยหน่ายของครูที่นำมายกตัวอย่างเพียงบางส่วนนี้เชื่อว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทราบกันดีจนอาจเห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่สำหรับครูที่ได้รับผลกระทบถือว่าเป็นตัวบั่นทอนขวัญกำลังใจที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นตัวส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปด้วย เมื่อทุกฝ่ายอยากให้ครูได้ช่วยกันเพิ่มคุณภาพเด็ก ก็น่าจะต้องหันมาเสริมขวัญ สร้างกำลังใจให้กับครูให้ได้ก่อน ด้วยการปลดล็อกปัจจัยที่สร้างความเหนื่อยล้าของครูทั้งหลายนี้ให้เหลือน้อย ที่สุดหรือหมดไปเลยได้ยิ่งดี การปลดล็อกที่ว่านี้คิดว่าทำได้หากมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือครู กรณีตัวอย่างความสำเร็จของการแก้ไขก็มีเกิดขึ้นให้เห็นบ้างแล้ว เช่น การคลายล็อกเรื่องเงินเดือนเต็มเพดานที่ตอนนี้ ก.ค.ศ. ได้ออก กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ (ฉบับที่...) พ.ศ..ซึ่งจะสามารถช่วยครูที่มีเงินเดือนเต็มเพดานแท่ง คศ. 2 , คศ. 3 คศ. 4 ได้เลื่อนไหลไปรับในแท่งที่สูงขึ้นได้เมื่อเงินเดือนขยายได้เพิ่มขึ้นความ เหลื่อมล้ำด้านเงินเดือนและความเครียดจากปัญหาวิทยฐานะก็น่าจะลดน้อยลง ครูก็จะมีกำลังใจ เหลือเวลามาสอนเด็กได้มากขึ้น
ปัจจัยต่อมาที่ควรปลดล็อกก็คือ น่าจะลดจำนวนการประเมิน การทดสอบให้น้อยลงหรือไม่ก็ยกเลิกไปเลยแล้วใช้วิธีการนิเทศ ช่วยเหลือ สนับสนุน เข้าไปทดแทน เพราะเท่าที่ผ่านมาการประเมินหรือการทดสอบแม้จะรู้ปัญหาแล้วก็ตามแต่ก็ไม่ ได้เข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนกันอย่างจริงจัง พอสิ้นปีก็มีการทดสอบหรือประเมินกันใหม่อีกเมื่อเป็นเช่นนี้คุณภาพของเด็กจะ ดีขึ้นได้อย่างไรเมื่อทุกฝ่ายทำหน้าที่แต่ตรวจสอบหาปัญหา แต่ไม่เข้าไปร่วมแก้ปัญหาและพาทำอย่างจริงจังสักที
อีกล็อกหนึ่งที่จะต้องเร่งแก้ไข คือ ควรบูรณาการลดกิจกรรม โครงการ ที่หน่วยเหนือคิดขึ้นเพื่อให้เหลือที่สำคัญจริง ๆ จะได้ไม่สร้างภาระให้กับครู และเหลือเวลากับการสอนเด็กมากขึ้น หรือหากจะให้ดีก็ควรใช้วิธีจัดสรรงบประมาณส่งไปให้โรงเรียนคิดแก้ปัญหาและ พัฒนาเองน่าจะทำให้ตรงกับบริบทความต้องการแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น หากทำได้เช่นนี้งานด้านเอกสารต่าง ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้ครูต้องทิ้งโรงเรียนเพื่ออบรม สัมมนาก็จะลดลงไปด้วย
หากหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวได้ช่วยกันปลดล็อกสาเหตุทั้งหลายที่ทำให้ครู เสียเวลา เสียขวัญกำลังใจ ให้หมดไปได้พร้อมทั้งหาทางเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้เกิดขึ้นกับครูพร้อมไป ด้วยแล้ว เชื่อว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูคงไม่มีใครไม่อยากเห็นศิษย์ของตนเองมี คุณภาพตกต่ำเป็นแน่ การพัฒนาคุณภาพเด็กจึงอย่ามัวหลงประเด็น คิดอยู่แค่ครูขาดความรู้ เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่อยู่ตรงนั้น ซึ่งความเชื่อส่วนตัวยังเชื่อว่าหากครูมีขวัญ กำลังใจดี ประสิทธิภาพการทำหน้าที่การเรียนการสอนก็ต้องดีตามไปด้วย คุณภาพการศึกษาของเด็กก็คือผลลัพธ์ที่จะตามมาทั้งหมดไม่ใช่เป็นแค่หลักการ แต่เป็นข้อเท็จจริงนะครับท่าน.

 กลิ่น สระทองเนียม
http://www.dailynews.co.th/education/137400

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การอบรมการสร้างบล็อกเพื่อการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน ชั้น ม.4 รุ่นที่ 2 และรุ่น 3

เสาร์ที่  23  มิถุนายน 2555 นี้ ก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่ 3  รายชื่อเอาไว้ แจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ
มีใครที่ยังทำไม่ได้ ไม่เข้าใจ สมัครกันเข้ามา ทำกันให้เสร็จกันไปเลยครับ อาจมีรุ่นที่ 4 แต่ว่าหมดเขต
การสร้างบล็อกส่งครูรุณย์ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้แล้วนะครับ ใครยังไม่ทำก็ให้รีบ ๆทำกันเข้าไป
นะครับ
           
                                                                             รายชื่อผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 2
      ที่                ชื่อ-สกุล        ห้อง                     หมายเหตุ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
นายเติมศักดิ์  หอดอก
นาย้พีรธัช   โอเดนเบอร์เกอร์
นส.ทิพย์นรี  หมัดเหน๊ะ
นส.ชฎาพร  เฑียรฆโรจน์
นส.อรณิชา  ทองบุญยัง
นส.สุทธิพร  หนูวุ่น
นส.ศิริรักษ์  สว่างพงศ์
นส.ยนี  เปาะมะ
นส.ณัฐนันท์  อินทรอาภรณ์
นายธนพล  วงศ์เอี่ยม
นายชินกฤต  แก้วสวัสดิ์
นายไวยเทพ  แก้วทอง
นายภาณุภัทร  โภชนุกูล
นายกิตติพศ  ลูกจันทร์
นายสุกฤษฎ์  ดวงแข
นส.ณัฐกมล  สุรชิต
นส.ชญาณภัทร  เทพฉิม
นส.กนกพร  ทองคง
นส.นวรัตน์  ชมเมือง
นส.ปพิชญา  จารุวรรณโน
นส.ธนวรรณ  ดิศรพงศ์
นส.สโรชา  พลับจีน
นส.ปัทวรรณ  กิ้มแก้ว
นายไมเคิล  เจอร์ราร์ด
นส.กนกพร  ทองคง
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/14
ม.4/11
ม.4/11
ม.4/11
ม.4/14
ม.4/14

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อบรมการสร้างบล็อกสำหรับนักเรียน



ประมวลภาพการอบรม คลิกที่นี่

             รายชื่อนักเรียนที่เข้ารับการอบรมการสร้างบล็อกเพื่อการเรียนการสอน  
             วันที่ 9  มิถุนายน  2555   ณ ห้อง 411  โรงเรียนวรนารีเฉลิม  จังหวัดสงขลา
ที่                     ชื่อ  สกุล    ห้อง        หมายเหตุ
1 นายธานินทร์  สมนึก 4/11
2 นายธีรภัทร  สุวรรณจินดา 4/11
3 นายกฤตย์  ไมสัน 4/11
4 นส.อัณศยา   สุวรรณขำ 4/10
5 นส.เจนจิรา  ลิ่วชัยชาญ 4/10
6 นายธนภัทร  สังข์คง 4/10
7 นายพรชัย  ทรายแก้ว 4/10
8 นส.อรปรียา  ถีราวุฒิ 4/7
9 นส.สุทธิดา  พุดจันทร์ 4/7
10 นส.สุจิรัตน์  หุยะพันธ์ 4/7
11 นส.กนกวรรณ  จันทร 4/6
12 นส.รุ่งทิวา  พรหมจันทร์ล 4/6
13 นส.หัสยา  พันธุสะ 4/6
14 ดญ.ศศินา  มณีวิทย์ 4/6
15 นส.กรองกาญจน์  มณีรัตน์ 4/9
16 นส.สุพิชญา  คชกาญจน์ 4/9
17 นส.ชุติมา  สุวรรณขำ 4/9
18 ดญ.พิชญา  บุญศรี 4/9
19 นส.สุดารัตน์  บุญสวัสดิ์ 4/7
20 นายชยุตม์  บัวผุด 4/7
21 นายอภิชัย  อักษรคง 4/7
22 นส.ศยามล  เจริญ 4/7
23 นส.ธนพร  วีระชโย 4/7
24 นส.ณัฐมน  บุญแก้วคง 4/7
25 นส.เฉลิมศรี  แก้วไหม 4/7
26 นส.ชาตกานต์  คำเสนาะ 4/7
27 นายณัฐนนท์  น่วมทะวงษ์ 4/7
28 นายชินภัทร  ชุณหวิริยะกุล 4/10
29 นายธนภัทร  บางเสน 4/7
30 นายศิริพงษ์   เจริญเหล่าศิริ 4/7
31 นส.อภิสรา  แก้วเส้ง 4/7
32 นส.วสุนธรา  สอดำ 4/7
33 นส.ปภาวดี  ใสแวว 4/7
34 นส.รุ่งทิพย์  พูลสวัสดิ์ 4/7

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

นักเรียนที่ค้างส่งงาน

นักเรียนที่ค้างส่งงานหรือส่งงานไม่ครบ
  ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2555
       สงสัยประการใด ติดต่อครูด่วน 081-9690238

ม.4/6  
เลขที่ 18,19,47(สมุด)
เลขที่ 20,22,24,33,39 exam,blog

ม.4/7
เลขที่ 12,36,41(สมุด)
เลขที่ 2,6,8,9,12,16,19,36,39,41,43 exam,blog

ม.4/8
เลขที่ 29,33,41(สมุด)
เลขที่ 10,11,15,18,19,33,48 exam,blog

ม.4/9
เลขที่ 7,10,29,34,39(สมุด)
เลขที่ 2,3,4,5,6,10,20,22,24,28,29,30,31,32,33,34,40,42,48,50exam,blog

ม.4/10
เลขที่ 19(สมุด)
เลขที่ 3,5,8,11,14,17,19,28,29,30,31,36,39,40,43,46,47,49 exam,blog

ม.4/11 (เลขที่เก่า)
เลขที่ 15,16(สมุด)
เลขที่ 2,8,9,11,12,13,15,16,20,22,23,27,32,44 exam,blog

ม.4/12
เลขที่ 3,4,10,31,41(สมุด)
เลขที่ 4,6,8,11,13,14,15,16,22,31,41exam,blog

ม.4/13
เลขที่ 7,18,20(สมุด)
เลขที่ 5,16,18,23,28,29,37,40,41 exam,blog

ม.4/14
เลขที่ 2,4,21,31,35,(สมุด)
เลขที่ 2,3,4,5,6,7,10,11,12,13,14,15,16,17,18,19,21,22,23,26,27,28,29,30,32,34,35,36,37 exam,blog

ตรวจสอบการเป็นสมาชิกวิชานี้

                      ตรวจเช็คสมาชิกเว็บไซต์วิชาก้าวทันโลกศึกษา 1 ส 31223











         
                           
 

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

ทักทายกัน วันเปิดภาคเรียน

  สวัสดีนักเรียน ม.4 ทั้งที่เข้ามาใหม่และศิษย์เก่า ทุกคน การเรียนวิชาการปกครองของไทย นี้ มีวิธีปฏิบัติดังนี้
   การเรียนในห้องเรียนปกติ

    -นักเรียนเข้าห้องเรียนตามปกติ และมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80 %
    -ปฏิบัติกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายในคาบเรียนแต่ละคาบ ให้สำเร็จ
    -บันทึกเนื้อหาสาระวิชา ที่ได้เรียนรู้ลงสมุดบันทึก

   การเรียนนอกห้องเรียน

    -ศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต
    -เข้าศึกษาและทำแบบทดสอบตามที่กำหนดไว้ในบล็อควิชาการปกครองของไทย
    -เข้าทำแบบทดสอบออนไลน์ให้ครบจำนวนชุดข้อสอบที่กำหนด
    -ศึกษาวิธีการสร้างบล็อค และให้สร้างบล็อคส่วนตัว คนละ 1 บล็อค สำหรับการส่งรายงานต่าง ๆ
    -ศึกษาวิธีการในการจัดทำภาพยนต์สั้น ผลิตภาพยนต์สาระคดีสั้น ๆ เกี่ยวกับการปกครองของไทย 
     กลุ่มละ 1 เรื่อง
    -ให้นักเรียน ม.4/6-4/14  ทุกคนสมัครเข้าร่วมเว็บไซต์นี้