หน่วยที่ 1
- หน้าแรก
- หน่วยที่ 1 ศัพท์ควรรู้
- หน่วยที่ 2 ประวัติการปกครองของไทย
- หน่วยที่ 3 รัฐสภาไทย
- หน่วยที่ 4 รัฐบาลไทย
- หน่วยที่ 5 ตุลาการ
- หน่วยที่ 6 การบริหารราชการแผ่นดิน
- หน่วยที่ 7
- กบฎ ปฏิวัติ รัฐประหาร
- คลิปเหตุการณ์สำคัญ
- ภัยของ social network
- นักเรียนส่งงาน
- แวดวงการศึกษา
- บริการ
- เว็บบอร์ด
- แนะนำการสร้าง บล็อค
- คลิปเกี่ยวกับรัฐสภาไทย
- krutube
- krukaroontube
- คลิปเข้าทำแบบทดสอบ
- ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียน
- คู่มือในการสร้าง Site หรือสร้าง Blog
- ความรู้เรื่องเขาพระวิหาร
- สมุดเยี่ยม
- ชุมนุม Social Media
- ประวัติรัฐธรรมนูญไทย
วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาล “แนวร่วมแห่งชาติ” 13 พรรค ที่นำโดยพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ ( อัมโน ) ของนาจิบ สามารถคว้าที่นั่งในรัฐสภาได้ถึง 133 ที่นั่ง จาก 222 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแนวร่วม “ปากาตัน รัคยัต” หรือพรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน 3 พรรค นำโดยพรรคความยุติธรรมปวงชน ( พีเคอาร์ ) ของอันวาร์ ได้ไป 89 ที่นั่ง โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนมากถึง 10 ล้านคน จากทั้งหมด 13 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 80 ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ทว่านาจิบถือเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนแรกในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อปี 2500 ที่ได้รับคะแนนนิยมประชาชนน้อยกว่าผู้สมัครจากพรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน คือ 5.22 ต่อ 5.48 ล้านคะแนน อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียวัย 59 ปี ประกาศชัยชนะและขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ที่เป็นการตัดสินใจโดยบริสุทธิ์ของประชาชน เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ในอนาคต
ขณะที่อันวาร์ วัย 65 ปี ปฏิเสธยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมกับประณามการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าเต็มไปด้วยการทุจริต ดังนั้น ผลคะแนนที่ออกมาจึงไม่มีความโปร่งใส่พอ แม้ปากาตัน รัคยัต จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 5 ปีก่อนถึง 14 ที่นั่งก็ตาม แต่ก็ต้องสูญเสียที่นั่ง 1 ใน 4 รัฐที่เคยแย่งชิงมาจากฝ่ายรัฐบาล กลับคืนไปให้นาจิบในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งนี้ มาเลเซียแบ่งการปกครองออกเป็น 13 รัฐ
ด้านนายเจมส์ ชิน ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ในสิงคโปร์ แสดงทรรศนะเกี่ยวกับการเลือกตั้งของมาเลเซียครั้งนี้ว่า เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีที่สุด เนื่องจากนอกเหนือจากแรงกดดันภายนอกแล้ว ทั้งนาจิบและอันวาร์ต่างต้องเผชิญแรงเสียดทานภายในพรรคไม่แพ้กัน โดยนาจิบต้องการแย่งชิงที่นั่งที่เสียไปเมื่อปี 2551 กลับคืนมาให้ได้มากที่สุด เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากสมาชิกพรรค ซึ่งแม้จะทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยพรรครัฐบาลก็ยังคงครองเสียงข้างมาก
วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556
แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียน ม.4/6-4/14 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556


สวัสดีครับนักเรียน
เนื่องจากปัจจุบันนี้มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก จนเกิด social network ที่ให้บริการแก่ผู้ใช้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันระบบการศึกษาก็มีการปฏิรูปยกระดับให้นักเรียนก้าว สู่ความเป็นพลโลก ตามแนวโรงเรียนมาตรฐานสากล เน้นในการพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพรองรับการแข่งขันกันอย่างจริงจังในปี พ.ศ.2558 ในกลุ่มเพื่อนประเทศอาเซียนด้วยกัน
การใช้ blog,facebook เข้ามาเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้สอนมีความเชื่อว่าสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนใช้ social network โดยเฉพาะ blog,facebook ให้เกิดประโยชน์เปลี่ยนทรรศนะคติของผู้ที่มองแต่ผลเสียของ facebook แต่เพียงด้านเดียว
1. ขอบข่ายวิชา
- ศัพท์ควรรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง http://karoonpolitical.blogspot.com/2012/04/1.html
- ประวัติการเมืองการปกครองของไทย http://karoonpolitical.blogspot.com/2012/04/2-2.html
- การบริหารราชการแผ่นดิน http://karoonpolitical.blogspot.com/2012/04/6.html
- รัฐธรรมนูญไทย http://karoonpolitical.blogspot.com/2012/04/18-1.html
- กบฎ ปฏิวัติและการรัฐประหาร http://karoonpolitical.blogspot.com/2012/04/1015-24-2475-19-2549blogthis-twitter.html
- เรียนในห้องเรียนปกติเรียนรู้ด้วยตนเองจากบล็อคประจำวิชา http://karoonpolitical.blogspot.com
- สมัครอีเมล์ของ gmail ที่ www.gmail.com
- สมัครเป็นสมาชิกของ facebook ที่ www.facebook.com ใช้เพื่อการเรียนวิชานี้
- สร้างบล็อคจาก www.blogger.com คนละ 1 บล็อค
- สมัครเป็นสมาชิกของบล็อค http://karoonpolitical.blogspot.com
- ทำแบบทดสอบออนไลน์แบบไม่บันทึกคะแนน
- ทำแบบทดสอบออนไลน์แบบบันทึกคะแนน โดยให้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์นี้ทุกคนwww.exam.in.th เสียก่อน จึงเข้าทำแบบทดสอบได้
- การทำรายงานนำส่งทางบล็อคส่งโดยคลิกส่งจากบล็อค http://karoonpolitical.blogspot.com หัวข้อนักเรียนส่งงาน
3. กติกา
ใน social network ของนักเรียนทุกชนิด ห้ามใช้คำหยาบหรือคำที่ไม่สุภาพ คำที่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย โดดเด็ดขาด
4. โดยสรุปนักเรียน 1 คน ต้องมีอุปกรณ์ Socialmedia ดังนี้
4.1 อีเมล์ 1 account แนะนำให้ใช้ gmail
4.2 facebook 1 account
4.3 Blog หรือเว็บล็อค คนละ 1 บล็อค แนะนำให้ใช้ Blogger (ควรใช้ username และpassword เดียวกันกับ facebook)
4.4 สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ www.exam.in.th(ควรใช้ username และpassword เดียวกันกับ facebook)
4.5 อัพโหลดภาพถ่ายเฉพาะส่วนหน้าอกขึ้นไปในชุดเครื่องแบบนักเรียน ให้เป็นรูปประจำตัว (หากใช้ภาพอื่นจะไม่อนุญาตให้เข้ากลุ่มเด็ดขาด)
***ชื่อของนักเรียนตอนสมัคร Socialmedia แต่ละอย่างให้ใช้ดังนี้ ตรงชื่อให้ต่อท้ายด้วยตัวเลขห้องเรียน เช่น ชื่อวินัย เขียวจีน ม.4/7 เวลากรอกตอนสมัครให้ใช้วินัย47 ครูจะได้ทราบว่าวินัย อยู่ห้อง 4/7 ครูจะจัดเข้ากลุ่ม 4/7 ได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
1. แล้วนักเรียน ม.4 ห้องไหนบ้าง ที่ต้องทำตามข้อ 4.1-4.5 ตอบคือนักเรียนที่เรียนกับครูการุณย์ สุวรรณรักษา ได้แก่ ม.4/6-4/14 ครับ
2. จะเริ่มทำจากข้อ 4.1-4.5 ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอบเริ่มทำตั้งแต่ 16 พ.ค 55 -16 มิ.ย 2556
วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556
ร้ายหนักนักเรียนไทย
ภาระหนักตกอยู่กับโรงเรียน โดยเฉพาะคุณครูทั้งหลาย ต้องปรับกลเม็ด
กลวิธีในด้านการสอนควบคู่กับการอบรมด้านกิิริยามารยาท คุณธรรม จริยธรรม
ต้องมียุทธวิธีใหม่ๆออกมาเพื่อสกัดกั้นพฤติกรรมของนักเรียน
สมัยปัจจุบันที่ผกผันไปในทางลบ ในทางที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม
จนส่งผลไปถึงนักเรียนกลับกลายเป็นภัยสังคมเสียเอง.
นี่แหละคือตัวบ่งชี้ความสำเร็จของการจัดระบบการศึกษาของประเทศไทยของเรา
ถึงเวลาแล้วที่บุคลากรการศึกษาโดยเฉพาะครูเราต้องระดมพลังความคิดในการปรับ
ปรุง
เพิ่มเติมยุทธวิธีใหม่ๆเพื่อฝึกฝนอบรมให้ศิษย์ของพวกเราเป็นคนดีของสังคมให้
จงได้ อย่าปล่อยวางนิ่งเฉยกับพฤติกรรมที่ศิษย์เรากระทำไม่ดีในโรงเรียน
จนกลายเป็นสิ่งธรรมดาในความรู้สึกของนักเรียนกลายเป็นความเคยชินไปในที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ เช่นศิษย์พูดคำหยาบ แต่งกายไม่ถูกต้อง
ก็อย่าปล่อยวาง เพราะสิ่งเล็กๆเหล่า จะสะสมจนกลาย
เป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต
เป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต
วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
